วันศุกร์, 30 กันยายน 2565

Easter Eggs และประเด็นที่สำคัญใน Spider-Man: No Way Home

10 ก.พ. 2022
1185

เรื่องราวของ Spider-Man: No Way Home ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับจักรวาลของเหล่า Spider-Man ที่เคยทำออกมาในแบบฉบับคนแสดง ทำให้เราได้เห็น Spiderverse แบบบ้าคลั้งกับจริงๆในหนังเรื่องนี้ ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบเรื่องมันเป็นอะไรที่ตราตรึงมากถึงมากที่สุดเท่าที่เราเคยดู Spider-Man มาเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงแต่เราจะได้เห็น Peter Parker หลายคนต่างจักรวาลแล้วยังมีรายละเอียดที่ซ่อนอยู่มากมายในแต่ละฉากที่น่าเอามาเป็นประเด็นพูดถึงกัน ซึ่งอัครจะมาเจาะลึกในฉากที่สำคัญและ Easter Eggs ต่างๆที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ ติดตามครับ

1. Title ของ Marvel Studios ที่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

Title ก่อนเข้าเรื่องของ Marvel Studios ที่มีการอัพเดทเล็กน้อยเราเห็น Rocket และ Peter Parker ตอนที่เขากลับมาจากการ Blips ด้วยการ Portal เพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ใน Endgame กับ Captain America ซึ่งในหนังเรื่องนี้เราก็จะเห็นการ Portal ของ Spider-Man อีกสองจักรวาลมาปรากฏในหนังเรื่องนี้ในแบบเดียวกัน

2. เปิดเรื่องด้วยการต่อเนื่องจาก Far From Home

ภาพข่าวของ J Jonah Jameson กับสำนักข่าง The Daily Bugle.Net กับการเปิดเผยตัวตนของ Peter Parkerและการที่ป้าเมย์รู้ว่า Peter ก็คือ Spider-Man

3. สร้อยคอของ MJ

ฉากที่ MJ กำลังเห็นภาพข่าวของ Peter บนตึกชายสามคนหลัง MJ ก็เหมือนกับฉาก เครดิตของ Far From Home แต่ความแตกต่างที่ไม่เหมือนใน Far From Home คือ ใน No Way Home เราเห็น MJ ใส่สร้อยดอกดาเลียที่หักแล้วที่ Peter ได้ซื้อให้ MJ ที่เวนิสตอนไปทัศนศึกษาและได้มอบให้เธอที่ London โดย MJ พูดว่า I actually like it better broken (ฉันชอบแบบหักนี้มากกว่า) นี่คือกุญแจสำคัญของความสัมพันธ์ของ Peter และ MJ เพราะในฉากสุดท้ายทั้งๆที่ความทรงจำของทุกคนโดนลบออกไป เราก็ยังเห็นเธอใส่สร้อยอันนี้อยู่ในฉากที่เป็นร้านขายโดนัท

4. You’re just a Kid?

ฉากที่ Peter ในชุดของ Spider-Man เข้ามาหา MJ ท่ามกลางฝูงชนมากมายมีเสียงชายคนนึงพูดว่า You’re just a Kid? เธอเป็นแค่เด็ก ซึ่งก็เป็นคำทีเหมือนกับฉากใน Spider-Man 2 ฉบับของ Tobey ที่เขานอนสลบอยู่บนรถไปพร้อมกับเปิดเผยใบหน้าและมีคนมามุงดูเขาและพูดว่า He’s just a Kid?

5. “Devil in Disguise”

ขณะที่ Peter เดินผ่านผู้คนที่ประท้วงเขาอยู่มากมาย ฉากนี้มีความคล้ายกับคอมมิก ตอน “Crisis on Campus” ของ Amazing Spider-Man No. 68 ที่มีคนถือป้ายที่เขียนคำว่า “Devil in Disguise” (หรือแปลว่า ปีศาจปลอมตัว) นี่อาจเป็นการอ้างถึง Matt Murdock ทนายความของ Spider-Man ที่ปลอมตัวมา หรือไม่ก็อ้างถึง Mephisto ซึ่งใน One More Day คอมมิก Mephisto เป็นผู้ยื่นข้อเสนอให้ Spider-Man ยกเลิกการแต่งงานเพื่อแลกกับชีวิตป้าเมย์ โดย Peter ไปหา Doctor Strange ร่ายมนตร์เพื่อยกเลิกความทรงจำของทุกคนที่รู้ว่า Peter Parker คือ Spider-Man นั่นเอง

6. Flashpoint

โดยในหนังเรื่องนี้ Flash Tomson ได้ออกหนังสือเล่มนึงชื่อว่า Flashpoint ซึ่งน่าจะเป็นการพูดถึงเรื่องราวการ์ตูนสุดคราสสิคของ DC กับ The Flash ในเหตุการณ์ Flashpoint นั่นเองโดยเป็นเหตุการณ์ที่ แบร์รี่ อัลเลนได้พบกับตัวแปรเวอร์ชันอื่นๆของเขาเอง ซึ่งฉบับภาพยนตร์ก็กำลังจะได้เข้าฉายในเร็วๆนี้อีกด้วย

7. Rogers the Musical

ฉากที่ Peter โหนใยพร้อมกับพา MJ โหนมาด้วยกลางไทม์สแควใน New York พร้อมกับรูปของเขาครึ่งหน้าที่เป็น Peter และ Spider-Man บนเจอ ซึ่งมันก็อ้างมาจากคอมมิกด้วย และด้านขวาถัดไปถ้าสังเกตดีๆเราจะเห็นป้าย Rogers the Musical ที่มาจากซีรีส์ Hawkeye ที่ฉายที่ช่อง Disney+ นั่นเอง

9. สะพาน Queensboro

จากนั้น Peter ก็พา MJ มาที่สะพาน Queensboro โดยทางเชื่อมสะพานทางด้านขวามือเป็นทางเชื่อมเกาะรูสเวลต์ ที่เคยปรากฏในฉากของการต่อสู้ระหว่าง Green Goblin และ Spider-Man ของ Tobey เมื่อปี 2002 ที่ Green Goblin ให้ Peter เลือก Mary Jane หรือเด็กๆที่อยู่ในกระเช้านั้น นั่นเอง

8. เสื้อยืด I Survived my Trip To NYC

ฉากนึงที่ Peter ใส่เสื้อยืดที่มีลายคำว่า I Survived my Trip To NYC ซึ่งเป็นเสื้อตัวเดียวกับที่เขาได้ใส่ใน Spider-Man Homecoming ในตอนที่ Peter กำลังกลับบ้านหลังจากที่ โดน Tony Strak ยึดชุด Spider-Man

9.เปิดเผยชื่อของ MJ

จากข่าวของ The Daily Bugle ได้มีการเปิดเผยชื่อจริงๆของ MJ ในฉบับของ Tom Holland ซึ่งชื่อจริงของเธอก็คือ Michelle Jones-Watson ซึ่งก็คล้ายกับ MJ ในฉบับของ Tobey Maguire ที่ใช้ชื่อว่า Mary Jane Watson นอกจากนี้ The Daily Bugle ก็ยังเสนอข่าวของ Spider-Man ที่อ้างจากนิตยสารไทม์ โดยบอกว่า Spider-Man คือ Iron Man JR. กับภาพ Spider-Man เด็กทารกที่กำลังร้องไห้ รวมถึง นิตยสาร IN TOUCH ที่หน้าปกเขียนคำว่า TWO FACED จากนั้นก็เป็นภาพข่าวที่ Spider-Man ถูกราดด้วยสีเขียว

10. ภาพข่าว ของสะพาน Tower Bridge ใน London ที่พูดถึง New Asgard

โดยภาพข่าวของ SBN มีการระบุว่า Political Turmoil Continues in New Asgard (ความสับสนวุ่นวานทางการเมืองยังคงดำเนินต่อไปใน New Asgard) ก็อาจจะเดาได้ว่าการปกครองของ วาลคิรี ที่ New Asgard นั้นอาจจะไม่ค่อยราบรื่นนักซึ่งเราอาจจะได้เห็นประเด็นนี้เพิ่มเติมในหนังเรื่อง Thor: Love and Thunder

11. องค์กร Damage Control

The Department of Damage Control เป็นองค์กรที่ควบคุมความเสียหายจากเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งก่อตั้งโดย Tony Stark หลังจากเหตุการณ์ The Avengers ซึ่งดูเหมือนว่าตอนนี้จะถูกควบคุมโดยรัฐบาล ฉากที่เราได้พบกับ Agent P.Cleary เจ้าหน้าที่คนนึงในองค์กร Damage Control โดนในคอมมิกปรากฏตัวละคร Albert Cleary ที่เป็นผู้ดูแลองค์กร DODC (Department of Damage Control) ซึ่งใน Spider-Man: Homecoming และหนังและซีรีส์บางเรื่องของ MCU เราเห็นพวกเขาออกมาควบคุมความวุ่นวายต่างๆ หลังจากการต่อสู้ของซุปเบอร์ฮีโร่และวายร้ายนั่นเอง

12. ของที่ถูกยึดจาก Tony Stark

ฉากนึงที่เราเห็นรูปถ่ายของ Ned และ MJ ที่มาจากตอนที่ทั้งคู่ไปงานเต้นรำใน Homecoming ซึ่ง Peter ไม่ได้อยู่ในภาพนี้แต่ถัดจากกรอบรูปนี้เราก็แอบไปเห็น หุ่นของเล่นของ Peter ที่เป็นคอลเลกชชั่นของ Star Wars และถัดมาเราจะเห็นสถานีชาร์จไฟของชุดไอรอนสไปดี้ นอกจากนี้ก็จะเห็นแว่นตาอีดิทที่เป็นของ Tony Stark ที่ Mysterio พยายามจะแย่งมาจาก Peter นั่นเอง

13. ฉากสอบสวน Peter โดยเจ้าหน้าที่ DODC

โดนฉากนี้ Peter สวมเสื้อยืดที่มีคำว่า THE PHYSICS IS THEORETICAL but the FUN IS REAL โดยเสื้อตัวนี้ Peter ใส่ใน Spider-Man Homecoming เข้ากลับมาทที่ควีน โดน Agent P.Cleary พูดว่า “Nick Fury has been off-plant for the last year” นิก ฟิวรี่ ออกนอกโลกไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง Peter คิดว่าเขากำลังคุยกับ Nick Fury ใน Far From Home แต่แท้จริงแล้ว Peter คุยกับ Talos ที่เป็น Skrull ที่ปลอมตัวมาเป็น Fury นั่นเอง ซึ่งก็ทำให้รู้ว่าองค์กร DODC นั้นรู้ความเคลื่อนไหวของ Nick Fury มากพอสมควร อาจจะมากกว่าเหล่า Avengers ซะอีกซึ่งไม่แน่ Agent P.Cleary อาจจะเป็น Skrull หรือเราอาจจะเห็นเขาปรากฏอยู่ในซีรีส์ Secret Invation ก็เป็นได้ เพราะจากเครดิตตอนท้ายของ Far From Home เราเห็น Fury ตัวจริงอยู่บนยานกับพวก Skrull นั่นเอง ซึ่งเรื่องราวตรงนี้อาจนำไปสู่หนังเรื่อง The Marvels และซีรีส์ Secret Invation ก็เป็นได้

14. STARK INDUSTRIES

เราได้เห็นการปรากฏของบริษัท STARK INDUSTRIES ที่เหมือนจะถูกกวาดล้างโดย DODC ในการสืบสวนในครั้งนี้ด้วย และก็มีแฟ้มภาพข่าวจากสำนักข่าว NY1 ตอน 9.16น. ที่เป็นรูปของ Happy Harold Hogan ในตำแหน่ง Stark Industrues Security ซึ่งเป็นลุคของเขาในตอน Iron-Man 3 ตอนที่เขาไว้ผมยาวนั้นเอง

15. Matt Murdock (AKA Daredevil)

ฉากที่ถือเป็นการเซอร์ไพรซ์ก็คือเราเห็น Matt Murdock ตัวละครที่มาจากซีรีส์ Daredevil ทาง Netflix ปรากฏใน Spider-Man: No Way Home ตามข่าวลือที่ได้ลือกันไว้ ซึ่งเป็นฉากที่ Peter ป้าเมย์ และ Happy กำลังนั่งปรึกษากันและ Matt Murdock มาในบทบทของทนายความผู้ให้คำปรึกษาทางด้านกฏหมายที่จะมาแแก้ไขคดีที่ Peter มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีของ Stark ซึ่งความชัดเจนว่า Matt Murdock ที่รับบทโดย Charlie Cox จะมารับบทเป็น Daredevil ในอนาคตของ MCU หรือไม่ หรือเป็นเพียงรีบูมตัวละครใหม่โดยให้นักแสดงเดิมกับบทบาทเดิมหรือไม่ เช่นเดียวกับ Kingpin ที่ปรากฏให้เราได้เห็นในซีรีส์ Hawkeye ที่ใช้นักแสดงเดิมในบทบาท Kingpin เดียวกันที่เคยฉายมาแล้วทาง Netflix นั่นเอง โดยเรายังเห็นความสามารถของ Matt ที่ก้อนอิฐลอยผ่านหน้าต่างและ Matt ใช้มือขว้ามันไว้ได้รวมกับเขามาไหวพริบดีเหมือนจะยังไม่ทิ้งลายของ Daredevil นั่นเอง ซึ่งฉากนี้ Peter ก็มีปฏิกิริยาตอบสนอเร็วไม่แพ้กัน ซึ่งในคอมมิก Amazing Spider-Man No. 219 ที่ Peter ถูกจับในข้อหาแหกคุกและ Matt Murdock ก็เข้ามาช่วยแก้ไขคดีนี้ให้แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

16. หุ่นยนต์ DUM-E

ฉากที่ Peter ป้าเมย์ ได้ย้ายมาอยู่ที่คนโดของ Happy เราก็แอบไปเห็นหุ่นยนต์ DUM-E ซึ่งเคยเป็นหุ่นผู้ช่วยของ Tony Stark ที่คู่กับหุ่น DUM-U ซึ่งเราจะเคยเห็นหุ่นยนต์พวกนี้ในหนังเรื่อง Iron Man รวมถึงใน Spider-Man: Homecoming นอกจากนี้หุ่น DUM-E ก็เคยปรากฏมาแล้วในซีรีสร์ Marvel What If…? EP.6 อีกด้วย

17. Downton abbey

นอกจากนี้ที่ชั้นของโชว์ของ Happy มี DVD ของซีรีส์ Downton Abbey ที่ใน Iron Man 3 ก็มีซีรีส์เรื่องนี้ปรากฏใน TV เช่นกัน เนื่องจาก Happy มีความชื่นชอบ ซีรีส์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก

18. TV วงจรปิด ของ Happy

บนหน้าจอทีวีเราจะเห็นบัตรพนักงานของ Happy ที่เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นรูปตัว S น่าจะเป็นตำแหน่ง Security ที่ Happy ได้รับแขวนอยู่ด้วย ซึ่งใน Iron Man 3 เราก็เห็นเขาหนีบบัตรนี้ที่กระเป๋าเสื้ออีกด้วย

19. Facetime ของ Peter กับ MJ

ในฉากที่ทั้งสอง Facetime คุยกันในส่วนของ MJ เราเห็นฉากหลังในอมือถือเป็นรูปภาพสเก็ตส์ ของ Peter ที่มีเมฆอยู่บหัว ส่วนอีกรูปนึงเป็นรูปของโค้ชวิลสัน ที่ MJ วาดเขาในฉากนึงใน Homecoming นั่นเอง นอกจากนี้ในห้องนอนของเธอก็ยังมีรูปเดียวกันที่เธอถ่ายคู่กัย Ned โดยไม่มี Peter

20. เทพีเสรีภาพ

หลายคนสงสัยว่าทำไมเทพีเสรีภาพถึงต้องมีการปรับปรุงและมีการเพิ่มโล่ Captain America ซึ่งก็อาจจะเป็นการอุทิศและเชิญชูเกียรติให้กับ Steve Rogers แต่น่าเสียดายที่การปรับปรุงในครั้งนี้ถูกทำลายลงจากเหตุการณ์ใน No Way Home แต่สุดท้ายก็อาจจะมีการปรับปรุงใหม่อีกครั้งจากคำพูดของ Yelena ในซีรีส์ Hawkeye นั้นเอง รวมถึงละครเวที Rogers the Musical ที่จัดการแสดงอยู่ในเหตุการณ์ของซีรีส์ Hawkeye อีกด้วย

21. ภาพจากผนังในโรงเรียน Midtown High

เราเห็นภาพของ Howard Stark ปรากฏอยู่ที่ผนังของ วิทยาลัย Midtown High ของ Peter Parker ที่เป็นภาพรวมนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์โลก นอกจากนี้เรายังได้เห็น ใบหน้าของ Dr อับราฮัม เออร์สกิน ผู้ที่คิดค้นเซรุ่ม Super Soldier ใน MCU อีกด้วย นอกจากนี้เราเห็นภาพของ Hank Pym อีกฝั่งหนึงอีกด้วย

22. “DITKO”

ฉากที่ MJ กำลังนอนอ่านหนังสือพิมพ์บนหลังคาของโรงเรียนเราจะสังเกตเห็นภาพกราฟฟิตี้เขียนว่า Ditko เป็นการให้เกียรติผู้ร่วมสร้างตัวละคร Spider-Man และ Doctor Strange อย่าง Steve Ditko นั่นเอง

23. พลังของ Spider-Man ที่ยั่วยวน

หนังสือพิมพ์ที่ MJ อ่านของ New York Post ที่เขียนว่า Spider-Minions นั้นมีประโยคที่เขียนว่า His Hypnotic spider senses seduced Jones Watson เหมือนเป็นการบอกว่า MJ ตกอยู่ภายใต้มนตร์สะกดของพลังของ Spider-Man ซึ่งเมื่อพูดถึงพลังของการเย้ายวนก็ทำให้นึกถึงพลังของ Spider-Woman ที่เธอสามารถใช้ ฟีโรโมน เป็นหนึ่งในพลังที่หลอกล่อและเย้ายวนให้เธอในฐานะวายร้ายของ HYDRA แต่สุดท้ายเธอก็มาเป็นตัวแทนของ SHIELD ในภายหลัง

24. Sanctum Sanctorum

ใน Sanctum Sanctorum มีสองคนกำลังกวาดหิมะในอาศรมแห่งนี้ ซึ่ง 1 ในนั้นเรารู้จักก็คือ Emily Fong ผู้ที่ทำงานด้านโปรดักชั่นให้กับ หนังหลายๆเรื่องของ MCU ไม่ว่าจะเป็น No Way Home, Endgame, Black Widow, Infinity Wars, Shang-Chi จากนั้น Wong ก็มาถึงและอธิบายว่ามีหนึ่งในประตูที่เปิดให้นำหิมะจากไซบีเรียเข้ามาใน Sanctum Sanctorum ซึ่งก็ทำให้เรานึกถึงฉากในในหนังเรื่อง Doctor Strange ที่หมอแปลกเลือกประตู Gate Way เพื่อจะไปยังสถานที่ใดๆบนโลกนี้ก็ได้

25. เสื้อสเวตเตอร์ ของ Doctor Strange Columbia University

โดยเสื้อฮูทนี้พิมพ์ลายคำว่า Columbia University ซึ่งในคอมมิกเป็นมมหาวิทยาลัยที่ Doctor Strange ได้เรียนจบหมอมา ซึ่งเราก็จะเห็นเสื้อฮูทอีกตัวอยู่ในห้องใต้บันใดข้างเครื่องซักผ้าอีกด้วย ถ้าใครจำได้ Columbia University เป็นส่วนหนึ่งใน Empire State University ในหนังเรื่อง Spider-Man ฉบับของ Tobey Maguire และจากจักรวาลนั้น Doctor Strange เป็นที่รู้จักอีกด้วย นอกจากนี้เรายังเห็นหมอแปลกยืนถือแก้ว OH For Fox SAKE อีกด้วย

26. Wong

เราได้รู้ว่า Wong ได้รับตำแหน่ง Sorcerer Supreme หลังจากที่ Doctor Strange โดย Thanos ดีดนิ้วให้หายไป 5 ปี นอกจากนี้เรื่องราวของซีรีส์ WandaVision ก็ได้มีการพูดถึง Sorcerer Supreme หรือจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ว่า พลังของ Scarlet Witch จะเหนือกว่า Sorcerer Supreme อีกด้วย ซึ่งนั้นก็หลายความว่าในอนาคตหมอแปลกของเราก็อาจจะต้องการความช่วยเหลือจาก Wanda ซึ่งดูเหมือนว่าในตัวอย่างแรกของ Doctor Strange 2 นั้นจะมีแนวทางเป็นแบบนั้นจริงๆ

27. เมื่อ Doctor Strange ตัดสินใจช่วย Peter

โดยหมอแปลกบอกว่า คำขอของ Peter ในการย้อนเวลาให้ทุกคนลืมเขานั้นมันดูเห็นแก่ตัวเกินไป บวกกับ ณ เวลานี้ Time Stone ก็ไม่มีแล้วแต่ Peter พูดว่า “It’s not about me” I mean this really hurting a lot of people” มันไม่เกี่ยวกับฉันแต่เรื่องนี้มันทำร้ายใครหลายๆคนได้จริงๆ ซึ่งดูแล้วประโยคนี้เหมือนเป็นคำพูดของ Anciant One ที่ได้พูดกับ Doctor Strange ในหนังภาคแรกเพื่อเป็นบทเรียนสำคัญให้กับหมอแปลกของเรา ที่เธอบอกว่า ‘It’s not about you” และนั่นทำให้หมอแปลกตกลงช่วย Peter ด้วยคาถาที่เรียกว่า The Runes of Kafka ซึ่งภาษานี้ไม่ได้ปรากฏอยู่ในคอมมิกเรื่องใด แต่ Wong บอกว่า “That Spell travels the dark border between known and unknown reality” คาถาลบความทรงจำนี้เดินทางอยู่บนขอบเขตของความมืดระหว่างความเป็นจริงที่รู้จักและไม่รู้จัก ซึ่งนั้นบ่งบอกว่าคาถาที่จะช่วยเหลือ Peter นั้นมีความสัมพันธ์กับความเป็นจริงอื่นๆ ของ Multiverse นั่นเอง จากนั้น Wong ก็วาร์ปตัวเองผ่าน Portal ไปยัง Kamar-Taj เพราะเราเห็นหอคอยนั้นเหมือนที่อยู่ใน Kamar-Taj นั่นเอง

28. ความผิดพลาด

เมื่อ Peter ตะโกนว่า “Basically everyone who that know I’m Spider-Man before should still know” โดยพื้นฐานแล้วมีคนรู้ว่าฉันคือ Spider-Man มาก่อนที่ทุกคนจะรู้ ซึ่งถ้าเรามองย้อนไปในหนังหลายๆเรื่องของ Spider-Man ก็จะมีคนรู้ว่าเขาคือ Spider-Man ไม่ว่าจะเป็น Mary janes, Harry Osborn และคนอื่นๆอีกหลายคน ซึ่งฉากนี้เราอาบเห็นแสงสีม่วงที่มีการเรืองแสงออกมาดูเหมือนเป็นแขนกลของ Doc Ock ซึ่งเขาคือตัวและครแรกๆที่ข้าม Multiveres เข้ามาให้หนังเรื่องนี้ เมือคาถาดูเหมือนจะมีความผิดพลาดหมอแปลกก็ได้ห่อหุ่มคาถาไว้ในปริซึมซึ่งดูคล้ายกับกรณีที่ Killmonger Infinity และ Zola Ultron ได้ต่อสู้กันและหมอแปลกก็เก็บพวกเขาไว้ในปริซึมบอลนี้ใน ซีรีส์ Marvel What If…? EP. สุดท้ายนั้นเอง แต่ปรึซึมนี้เป็นปรึซึม 12 ด้านที่เกิดจากรูป 5 เหลี่ยม อาจเป็นเพราะ Peter เปลี่ยนคาถาของหมอแปลก 5 ครั้ง ซึ่งเท่ากับจำนวนคนที่รู้ว่า Peter คือ Spider-Man 5 คน ได้แก่ MJ, Ned, ป้าเมย์, Happy , และ หมอแปลก

29. แว่นตา E.D.I.T.H ถูดยึดโดยองค์กร DODC

เป็นอีกหนึ่งฉากที่เราเห็นชุด Spider Armor มีปีกเพื่อร่อนตัวอยู่บนสะพาน ซึ่งเราจะเห็นป้ายคำที่อยู่บนตึกที่เขียนว่า E.D.I.T.H offline ซึ่งก็พอจะเดาได้ว่าแว่นตา E.D.I.T.H ถูดยึดโดยองค์กร DODC และพวกเขาปิดการใช้งานมันเพื่อไม่ให้เชื่อมต่อกับเครือข่ายของโดรนนั่นเอง

30. ป้ายทะเบียรถในฉาก

ซึ่งถือเป็นจุด Easter Eggs ที่หนังและซีรีส์ชอบเอามาเล่น ซึ่งมีป้ายทะเบียนต่างๆดังนี้

NISSAN SEY-S1DP : ซึ่งถ้านำคำมาเรียงใหม่มันจะอ่านว่า SPIDEYS ซึ่งเป็นการบางบอกว่าเราจะได้เห็น Spider-Man หลายคนในหนังเรื่องนี้

63A5M-3 : เป็นรถของคนมร MIT ซึ่งเป็นการอ้างถึง Amazing Spider-Man No. 3 จากปี 1963 ซึ่งมีการปรากฏตัวครั้งแรกของ Doctor Octopus ในคอมมิกเรื่องนั้น แน่นอนเขาปรากฏอยู่ในหนังเรื่องนี้อย่างชัดเจนอีกครั้งหลังจาก Spider-Man 2 ในปี 2004 ฉบับของ Tobey Maguire

Taxi Cab 1228 : นี่เป็นคามิโอให้กับ Stand Lee ในวันเกิดของเขาคือวันที่ 28 ธันวาคม นั่นเอง

31. ความสามารถของแขนกล Doc Ock

ดูเหมือนว่า Doc Ock สามารถดูดซับนาโนเทคจากชุดของ Peter ได้ ซึ่งถ้าเรายังจำได้ใน Spider-Man ฉบับ Tobey Maguire นั้น Norman Osborn เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนาโนเทค ซึ่งในภาคต่อจากนั้น Dr.Octavius ได้สร้างแขนกลนี้โดนใช้เทคโนโลยีของ Oscorp ซึ่ง Doc Ock ควบคุมแขนของเขาจากการเชื่อมโยงกับระบบประสาท ซึ่งก็ไม่ต่างจาก Nano Tech ของ Tony Stark

32. ห้องใต้ดิน

เมื่อ Ned MJ และ Peter มาหา Doctor Strange เมื่อพวกเขาได้เข้าไปในห้องใต้ดินที่ดูน่าขนลุกอยู่ไม่น้อย มีฉากที่ตุ๊กตาหันหัวมา นอกจากนี้ในตู้เย็นก็มีของแปลกๆมากมาย นอกจากนี้ MJ ยังไปเจอ GOATEE TEMPLATE เพื่อใช่โกนเคราของหมอแปลก จากนั้น MJ ก็ไปเล่น Tik Tok เพื่อค้นหาเรื่องราวของ Green Goblin ซึ่งเธอก็ได้ไปเจอเด็กที่แต่งตัวเป็นเอลป์ตัวเขียว และที่ Caption ว่า I AM THE GREEN ELF

33. Electro

ในตอนท้ายของเรื่อง Spider-Man ได้ต่อสู้กับ Electro กับ Sandman ด้วยชุดของ Spider-Man ที่กลับด้านเหตุที่ Sandman ช่วย Peter ก็เพราะ Sandman มีความรู้สึกที่ดีกับ Peter Parker ฉบับ Tobey Maguire แต่ Electro ใน No Way Home ดูเหมือนจะมีร่างกายกำยำขึ้นดูเท่กว่าฉบับเดิมมากๆ ซึ่งใน Amazing Spider-Man 2 พวกเขาพยายามออกแบบ Electro ของ Jamie Foxx ใหม่ให้เป็นสมาชิกของกลุ่ม Blue Man แต่ใน No Way Home Electro สอดคล้องกับการออกแบบดั้งเดิมของ Ditko ในคอมมิกมาก ซึ่งชุดนี้เปิดตัวครั้งแรกใน Amazing Spider-Man No. 9 โดย Max Dillon เป็นช่างไฟฟ้าที่กำลังซ่อมสายไฟฟ้าเมื่อเขาถูกฟ้าผ่า นั่นทำให้เขากลายเป็น Electro โดยใน No Way Home บ.ก. JJJ คิดว่า Electro ปลอมตัวมาเป็น Spider-Man

34. ไม่มี Green Goblin อีกแล้ว

ฉากนึงที่ Norman Osborn พูดคุยกับหน้ากากของเขาเหมือนกับหนังเรื่อง Spider-Man ในปี 2002 และมีการโต้เถียงกัน ซึ่งเหตุการณ์นี้จบลงด้วยการที่เขาทุบหมวกของเขาให้แตกออกเป็นนเสี่ยงๆ จากนั้นเขาก็เดินออกไป ซึ่งเป็นฉากที่ดูคล้ายกับฉากที่ Peter Parker ฉบับ Tobey Maguire ทิ้งชุดของเขาไว้ในถังขยะ และเดินจากไป ซึ่งอ้างมาจากคอมมิก Amazing Spider-Man No. 50: กับตอนที่ชื่อว่า “Spider-Man No More” ซึ่ง ใน No Way Home เรียกฉากนี้ว่า Green Goblin No More นั่นเอง แต่สุดท้าย Norman Osborn ก็กลับมาเป็น Green Goblin อยู่ดี

35. ป้ายของ F.E.A.S.T และชุดของ Green Goblin

เมื่อ Peter กลับไปที่ F.E.A.S.T ซึ่งเป็นศูนย์ช่วยเหลือคนพเนจร ซึ่งในคอมมิกเป็นที่สถานที่ Peter ทำงาน โดยป้ายนี้ มีข้อความสีเขียวว่า “Mysterio Was Right” พร้อมทั้งที่หัวของ Peter ก็เหมือนกับหมวกของ Mysterio ภายใน F.E.A.S.T. Norman Osborn มาในรูปชายจิตไม่ปกติ ได้พูดคุยกับป้าเมย์ ว่า “Someone’s at my house Oscorp doesn’t exitst, My son…” มีบางคนอยู่ที่บ้านของฉัน Oscorp ไม่มีอยู่จริง และลูกชาย ซึ่งเป็นการพูดถึง Harry Osborn ลูกชายของเขานั้นเอง ซึ่งในระหว่างที่เขากับป้าเมย์พูดคุยกันชุดของ Norman Osborn เป็นชุดด้านในเป็นสีเขียวทับด้วยเสื้อด้านนอกที่เป็นสีม่วง ซึ่งมีความคล้ายกับ Green Goblin ในคอมมิก

36. การตายของป้าเมย์

เมื่อป้าเมย์บอกให้ Peter ช่วย Norman ซึ่งปีเตอร์ตอบกลับป้าเมย์ไปว่า “This isn’t my problem” ซึ่งทำให้ป้าเมย์โกรธ ซึ่งก็ทำให้เรานึกถึงการตัดสินในของ Peter ฉบับ Tobey ที่ไม่เข้าไปยุ่งเหตุการณ์ที่โจรออกจากคุกคนนั้นและเป็นสาเหตุที่ทำให้ลุงเบนเสียชีวิต ซึ่ง Peter Tobey ก็พูดทำนองเดียวกันว่า I Miss the part Where thay’s my problem

37. “ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ ความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งต้อง”

คำนี้ถือว่าเป็นคำที่คลาสสิคที่สุดของ Spider-Man ซึ่งเรายังไม่เห็นคำนี้ปรากฏอยู่ในหนังของ MCU จนกระทั่งฉากที่ป้าเมย์เสียชีวิต ก่อนที่เธอจะหลดลมหายใจเธอก็ได้พูดประโยคนี้ออกมา ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คำนี้ไม่ได้ออกมาจากปากของลุงเบน โดยใน Amazing Spider-Man 2 Richard Parker กลับมาปลอม Peter Parker หน้าหลุมศพของ Gwen Stacy ซึ่งเขาก็ได้บอกกับ Peter ว่า “พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่” “with great power comes great responsibility.”

38. กล่อง Machina Dichotomous

Machina Dichotomous ซึ่งเป็นภาษาละตินที่เรียกง่ายๆว่า Division Machine สามารถส่งคนกลับสู่เอกภพของแต่ละคนได้ ซึ่งมีคำพูดนึงที่พูดว่า “In the grand calculus of the Multiverse, their sacrifice means infinitely more than their Live.” ในแคลคูลัสอันยิ่งใหญ่ของ Multiverse การเสียสละของพวกเขามีความหมายมากกว่าชีวิตของพวกเขาอย่างไม่มีขอบเขต” แน่นอนครับมันเหมือนเป็นการอ้างถึงการเสียสละชีวิตของ Tony Stark ใน Endgame ซึ่งเป็นส่วนนึงของแคลลูลัสที่ซับซ้อนจากการที่หมอแปลกเห็นผลลัพธ์ในอนาคตหลายล้านเหตุการณ์เพื่อเอาชนะ Thanos ซึ่ง Keyword แคลลูลัส เราจะเห็นสมการ แคลลูลัส ปรากฏอยู่ในซีรีส์ Loki ที่ปราสาทของ He Who Remain บนการดานดำ ซึ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจมากที่ Peter สามารถเอาชนะ แคลลูลัส นี้ด้วนสมการที่ง่ายกว่า

39. “ไม่มีใครตาย”

เมื่อ Peter รู้ว่าการส่งคนร้ายไปยังจักรวาลเดิมคือการปล่อยให้พวกเขาตายซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่ Peter ไม่อยากทำให้เสียชีวิตจากการต่อสู้ของเขา โดยเราเห็นพฤติกรรมแบบนี้ใน MCU มาตลอดตั้งแต่การช่วย Adrian Toomes หรือ Vulture เพราะ Peter พยายามสุดความสามารถเพื่อหลีกเลี่ยงการฆ่าศัตรู ทำให้ Peter แย่งกล่องนี้มาจาก Doctor Strange นั่นเอง

40. วิญญานออกจากร่าง

เมื่อ Dr.Strange สร้าง Portal เพื่อไม่ได้ Peter เอากล่องหนีไปได้ เขาก็ดึง Peter กลับมาและผลักวัญญา Peter ออกจากร่าง คล้ายกลับที่ Ancient One ทำกลับ Doctor Strange นั่นเอง แต่ร่างกายที่ไร้วัญญานของ Peter ยังคงหลบหลีกสิ่งที่แปลกๆได้ซึ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะ Peter มี Spider Sense ก็เป็นได้ที่เป็นการตอบสนองสิ่งรอบตัวโดยไร้จิตใต้สำนึกตามธรรมชาติของแมงมุมนั่นเอง

41. ผ้าคลุม

เมื่อ Doctor Strange โยนผ้าคลุมให้ไปจับตัว Peter ซึ่งก็ทำให้ Spider-Man มีลุคเป็นจอมเวทย์เหมือนในคอมมิก ซึ่งก็คล้ายกับซีรีส์ Marvel What If…? ที่ Peter ได้สวมผ้าคลุมเหมือนหมอแปลก

42. People magazine

ที่แผงหนังสือพิมพ์ในบริเวณใกล้เคียงกันนี้เราเห็นปกของ People magazine เป็นรูปของ Liz Toomes ลูกสาวของ Vulture ที่ Peter ชอบใน Homecoming ซึ่งบางบอกว่าครอบครัวของ Vulture ยังอยู่ที่ไหนสักแห่งนึงในจักรวาลนี้ ซึ่งล่าสุดเราเห็น Vulture ปรากฏอยู่ในหนังของ Morbius ที่กำลังจะออกฉายเร็วๆนี้

43. “I’m something of a scientist myself” “ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้วยตัวเอง”

เมื่อ Norman Osborn เสนอที่จะช่วย Peter โดยบอกว่า คุณรู้ว่า ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการอ้างถึงคำพูดของ Norman Osborn ในหนังเรื่อง Spider-Man ปี 2002 นั่นเอง ซึ่งประโยคนี้ถือเป็นมีมที่โด่งดังมากซึ่งมักจะใช้เพื่อหลอกล่อคนที่เผยแพร่ข้อมูลที่ผิดที่เกี่ยวกับการต่อต้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งดูเหมือนเป็นคำพูดที่เกินจริงไปนิด แต่ก็น่าตื่นเต้นมากที่ เราเห็น Osborn พูดประโยคนี้ใน No Way Home เพื่อโน้มน้าวให้ปีเตอร์ว่าเขาสามารถช่วยรักษาคนร้ายด้วยเทคโนโลยีสตาร์คได้

44. “These are not curses, these are gifts”

“These are not curses, these are gifts” นี่ไม่ใช่คำสาป แต่นี่คือของขวัญ ซึ่งประโยคนี้ที่ Goblin พูดนั้นมันตรงกับข้ามกับฉากสุดท้ายของ Spider-Man เมื่อปี 2002 ที่ Peter ได้พูดว่า This is my gifts my curses

45. การกลับมาของ Spider-Man Tobey และ Andrew

ฉากที่ Tobey และ Andrew ปรากฏตัวในหนังเรื่องนี้โดย Ned เป็นอะไรที่ประทับใจและตื่นเต้นมากๆ ซึ่งก็ไปพบ Peter Tom ที่ตึกของโรงเรียน ก็ได้มีการพูดถึงชีวิตการสุญเสียที่ผ่านมาของแต่ละคนที่ Peter Andrew พูดถึงการตายของ Gwen Stacy ส่วน Peter Tobey พูดถึงการสูญเสียลุงเบน นอกจากนี้ Peter Tobey ก็ได้พูดถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ของเขากับ MJ นอกจากนี้ Peter Tobey จากการความสูญเสียที่ Spider-Man แต่ละคนเจอนั้นอาจนำพาพวกเขาเข้าสู่ด้านมืดได้เลย ไม่ว่าจะเป็น Peter Andrew ที่หลังจากเสีย Gwen ก็อาจจำให้เรามีอารมณ์โกรธมากซึ่งอาจจะทำให้เขาฆ่าคนได้เลย ส่วน Peter Tobey ก็มีความคิดที่จะแก้แค้นฆาตกรที่ฆ่าลุงเบนและความดาร์ดของเขาเกิดขึ้นใน Spider-Man 3 และะถูก Venom ครอบงำ ซึ่ง Spider-Man ทั้ง 3 ได้รับประโยคคลาสิคสำคัญจากลุงเบนและป้าเมย์ของแต่ละจักรวาล “พลังอันยิ่งใหญ่ ความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง” ซึ่งถือว่าเป็น Absolute Point (จุดสัมบูรณ์) ของ Spider-Man ทุกเวอร์ชันเลยก็ว่าได้

46. เพื่อนที่ตายในอ้อมแขน

ฉากนึงที่ Peter Tobey บอกกับ Ned ว่าเพื่อนของเขาตายในอ้อมแขนเขาทั้งๆที่เพื่อนคนนั้นพยายามฆ่าเขา ซึ่งเป็นการอ้างถึง Harry Osborn จากหนังเรื่อง Spider-Man 3 ของ Peter Tobey นั่นเอง นอกจากนี้ Peter Andrew ก็ยังบอกถึงการที่เพื่อนของเขากลายเป็นคนร้ายอีกด้วย ซึ่งทำให้ Ned ดูมีความกลัวและสัญญากับ Peter Tom ว่าเขาจะไม่มีทางทำแบบนั้นกับเพื่อนสนิทอย่าง Peter Tom อย่างแน่นอน ซึ่งในคอมมิก Ned กลายเป็น Hobgoblin วายร้ายอีกคนของ Spider-Man นั่นเอง

47. Spider-Man ชี้

ในขณะที่ Spider-Man ทั้ง 3 ทำงานร่วมกันในห้องปฏิบัติการเมื่อ Peter ทั้งชี้มาที่กันและกัน เพื่อพยายามบอกว่า Ned ต้องการคุยกับ Peter คนไหนซึ่งเป็น Meme ฮิตมากที่นำมากจากซีรีส์ Spider-Man ในปี 1960 ที่ Spider-Man ชี้ว่าคนไหนคือ Spider-Man ตัวจริง

48. ใยแมงมุมของ Peter Tobey

ความแตกต่างของ Peter Tobey สำหรับการปล่อยใยแมงมุมก็คือเขาปล่อยออกมาจากตัวเขาเองตามธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจาก Peter Tom และ Peter Andrew ที่ต้องผลิตในเอง

49. แลกเปลี่ยนเรื่องราวเมื่อเจอวายร้าย

ในฉากที่เทพีเสรีภาพได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่เจอวายร้ายเด็ดๆของ Peter ทั้งสาม โดย Peter Tobey พูดถึงการที่เขาได่ต่อสู้กับเอเลี่ยนที่มีสารสีดำ แน่นอนนั้นหมายถึง Venom มนจักรวาลของเขา แต่ใน MCU ก็ได้มีการพูดถึง Venom ในฉากเครดิตอีกด้วย นอกจากนี้ Peter Tom ก็ได้พูดถึงการที่เขาได้ต่อสู้กับ Thanos ซึ่งก็ทำเอา Peter Andrew รู้สึกด้อยค่าตัวเองไปเลยที่บอกว่าเขาได้สู้แค่ ชายรัสเซียในหุ่นแรดหรือ Rhino นั่นเอง

50. A Black Spider-Man : Mile morales

Max Dillon หรือ Electro บอกกับ Peter Andrew ว่าหวังว่าจะมี A Black Spider-Man ที่ไหนสักแห่ง นี่คือการตั้งใจที่จะพูดถึง Mile morales Spider-Man ผิวสีของ Marvel นั่นเอง ซึ่งเราหวังว่าเราจะได้เห็นเขาเร็วๆนี้ในเวอร์ชั่นคนแสดงจริง ซึ่งเบาะแสของ Mile ก็มีมาตั้งแต่ Spider-Man Homwcoming แล้วที่เราได้เห็นการปรากฏตัวของลุงของ Mile morales อย่าง Aaron Davis นั่นเอง ซึ่งเขาก็ได้โทรหา Miles ที่โรงจอดรถในฉากที่ถูดตัดออกไปด้วย

51. “Can Spider-Man Come out to play”

ฉากที่ Geen Goblin ขี่เครื่องร่อนของเขาออกมาพร้อมกับประโยคว่า “Can Spider-Man Come out to play” เป็นคำพูดเดียวกันกับที่ Geen Goblin คุยกับ Peter Tobey ทางโทรศัพท์ ในปี 2002 นั่นเอง

52. กล่องระเบิด

เมื่อกล่อง Machina Dichotomous ระเบิดทำให้คาถาของหมอแปลกกระจายไปทั่วเกาะทำให้ความสับสนวุ่นวายเกิดขึ้นมากมายต่อจากนี้

53. ภาพการตายของ Gwen Stacy กลับมา

ถือว่าเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมของ Peter Andrew ที่ได้สูญเสีย Gwen Stacy ไป แต่ใน MCU เมื่อ MJ และ Ned ถูกไล่ล่าโดย Lizard ผ่านประตู Portal ของหมอแปลก ทันใดนั้นMJ ก็ถูกกระแทกอย่างแรงและเสียหลักตกลงไป Peter Tom ก็พยายามเข้าไปช่วยเธอปต่ก็ถูกเครื่องร่อนของ Goblin กระแทกกลับ ซึ่งในช่วงเวลานี้ทำให้ Peter Andrew เข้าไปช่วยเธออย่างรวดเร็วเพื่อแก้ตัวในเหตุการณ์ที่ Peter Andrew ไม่สามารถช่วยชีวิต Gwen ได้นั้นเอง

54. พยายามฆ่า

ฉากที่ Peter พยายามฆ่า Goblin โดยจะทุ่มเครื่องร่อนของเขาไปที่ตัวของ Goblin ซึ่งท่าทางแบบนี้ทำให้นึกถึง ฉากที่ Captain America ใช้โล่ทุ่มไปที่กลางตัวของ Tony Stark ใน Civil Wars รวมถึง ฉากที่ John Walker ใช้โล่กับตันสังหารพวก Flag Smasher ในซีรีส์ The Falcon and the Winter Soldier แต่ Peter Tobey ก็ได้มาห้ามไว้ จน Peter Tom ไม่ฆ่าเขา

55. Kraven the Hunter, The Scorpion และ Rhino

ช่วงท้ายของหนังเรื่องนี้ในช่วงที่ Multiverse เปิดออกสังเกตดีๆเงาเรื่องแสงปรากฏเป็นรุปตัวร้ายที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ในหนังเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็น Kraven the Hunter , Rhino รวมถึง The Scorpion

56. วิธีปิดรอยร้าวของ Multiverse

Doctor Strange รู้ว่าวิธีการที่จะปิดรอยร้าวของ Multiverse นี้ได้คือการทำให้เวทย์มนตร์ล้าวความจำสำเร็จให้ได้ แต่ทุกคนจะลืมว่า Peter คือ Spider-Man ดังนั้นทำให้ Peter ทั้งสามบอกลากันและ Peter Tobey บอกว่านี่คือสิ่งที่พวกเราจำได้

57. หลังจากที่ทุกคนลืม Peter Parker

หลังจากที่คาถาของ Doctor Strange สำเร็จโลกก็ยังรับรู้ได้ว่า Spider-Man ยังมีอยู่ แต่ชื่อ Peter Parker ไม่ได้มีความหมายกับใครๆอีกต่อไปแล้ว เมื่อ Peter มาที่ร้าย Peter Pan Coffiee Shop เรายังคงเห็น MJ สวมสร้อยที่ปีเตอร์ซื้อให้ นอกจากนี้ถ้วยกาแฟที่ Peter ได้จาก MJ ที่เขียนว่า We Are Happy To Serve You เรายินดีให้บริการคุณ ซึ่งแก้วกาแฟนี้เราเห็นคนกวาดหิมะใน Sanctum Sanctorum ถือ นอกจากนี้แก้วกาแฟนี้ก็ปรากฏอยู่ที่หน้ารถของพวก Tracksuit Mafia ในซีรีส์ Hawkeye ซึ่งทำให้เรารู้ว่าพวกเขาซื้อมาจากร้านเดียวกันคือ Peter Pan Coffiee Shop

58. สุสานของป้าเมย์

ที่สุสานจองป้าเมย์มีดอกไม้บังวันเดือนปีเกิดและวันตายของป้าเมย์ ซึ่งเราก็ไม่ไม่รู้ว่าป้าเมย์เกิดวันไหนตายวันไหน

59. LEGO Palpatine

ดูเหมือนว่า Peter จะชื่นชอบ Star Wars หลังจากที่เขาจัดอพาร์ตเมนต์ใหม่ เขาวางหุ่น LEGO Palpatine ลงบนโต๊ะทำงานของเขา ซึ่ง Lego นี้ปรากฏใน Spider-Man: Homecoming ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Death Star ที่เขาสร้างร่วมกับ Ned นั่นเอง

60. ชุดใหม่ Spider-Man ฉากสุดท้ายที่ Spider-Manl สวมชุดใหม่ที่มีสีน้ำเงินที่เป็นโทนสว่างขึ้นพร้อมปีก แต่ท่าทางโหนใยที่ดูเหมือนอ้างมาจาก Spider-Man PS4 การเคลื่อนไหวที่เหวี่ยตัวเองไปทั่วเมือง หมุนไปสามสี่รอบและตีลังกา ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ดูคุ้นเคยที่มาจาก Spider-Man จาก Insomniac นั่นเอง

หลังจากจบเรื่องนี้ทำให้ Peter เติบโตมาเป็นฮีโร้ผู้เสียสละ และมีความอดทน แต่ก็ต้องโดดเดียวในแบบฉบับที่ฮีโร่ทุกคนต้องได้เจอ เชื่อว่าเมื่อใครๆลืมเข้า แต่สักวันก็จะกลับมาจำเขาใหม่ได้และนักเขาอีกครั้ง วันนึง Peter จะต้องพบกับทางกลับบ้านได้อย่างแน่นอน และนี่คือทุกอย่างที่ซ่อนอยู่ใน Spider-Man: No Way Home นี้ครับ